หน้าเว็บ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปรัชญาการใช้ชีวิต แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปรัชญาการใช้ชีวิต แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

คิดอย่างยอดคน


• ฟ้ามิได้แบ่ง 'ยอดคน' กับ 'คนธรรมดา' ออกจากกัน
ยอดคนจะปรากฏขึ้นเสมอ แต่นั้นมิใช่เพราะ 'ฟ้ากำหนด'
การที่ "ยอดคน"ปรากฏขึ้นได้ เพราะ เขาผ่านการ "ฝึกฝน" และ "เรียนรู้" ที่จะเป็นยอดคน
..........................................

• "อัจฉริยะ" ไม่ใช่สัตว์ประหลาดที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
แต่เป็นสิ่งที่ ถูกสร้างขึ้นมา
ไม่มีใครเก่งมาตั้งแต่เกิด
คนเก่งได้นั้นต้องได้รับการฝึกฝน ม้าดี ต้องมีคนขี่ม้ามาฝึกฝน ..
นักกีฬาที่ดีต้องมีโค้ชที่ดี มาฝึกฝน

• Don't Look Down Yourself.
อดีตไม่สำคัญว่าเราเป็นใคร สำคัญที่ว่าวันนี้และวันหน้าเราต้องการเป็นใคร ...อย่าเอาอดีตของตัวเองมาตัดสินอนาคตของตัวเอง
จงเห็นคุณค่าในตัวเอง เคารพนับถือในความสามารถที่มีอยู่ของตัวเองหากเราไม่หยุดเรียนรู้และพัฒนาตัวเองแล้วตัวเราเองจะกลายเป็นผู้สำเร็จและยิ่งใหญ่ได้ ยกย่องและให้เกียรติตัวเอง

• สมองของคนเราเหมือนพื้นดินที่ว่างเปล่า
เมื่อเราปลูกอะไรลงไปเราก็จะได้ผลเป็นอย่างนั้น
จงปลูกฝังแต่สิ่งดีๆลงไปในสมอง
คำพูดใดๆ ที่เราเคยได้ยินซ้ำๆหรือ
การกระทำสิ่งใดซ้ำๆติดต่อกัน
เกิน 49 วัน
มันจะกลายเป็น "นิสัย" ของเรา
จงคุยกับตัวเองแต่เรื่องดีดีทุกๆวันมันคือเคล็ดลับของทุกความสำเร็จบนโลก

• สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในโลกคือ
"สิ่งแวดล้อม"อย่าปล่อยให้ความคิด หรือคำพูดราคาถูกของคนบางคนมากำหนดชีวิตของเรา
ในโลกนี้ไม่มีใครมีอิทธิพลกับตัวเรา นอกจากตัวเราเอง อย่าตกเป็นเหยื่อคำพูดของใครที่พูดไปแม้แต่คนพูดไปก็ไม่ได้คิด

• ชีวิตไม่ใช่เกมส์กีฬา ไม่มีเวลาพักครึ่ง ไม่มีการขอเวลานอก
และที่สำคัญคือ 'เปลี่ยนตัวผู้เล่นไม่ได้' ไม่มีใครเกิดมา 'ล้มเหลว' ถ้าไม่ 'ล้มเลิก'
.........................................

• คนฉลาด.. ต้องโง่เป็น
คนโง่ไม่เป็น..จะไม่มีทางฉลาด

• เพียงคุณคิดว่าคุณทำได้
คุณก็ทำได้ตั้งแต่ที่คุณคิด
แต่หากคุณคิดว่าคุณทำไม่ได้
คุณก็ทำไม่ได้ตั้งแต่ที่คุณคิด
สิ่งที่เลวร้ายที่สุดของมนุษย์
คือความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ 'ทางจิต' ที่ ตอกย้ำตัวเองว่า .. ทำไม่ได้

• แม้แต่ "คิด" ยังไม่กล้าที่จะคิด แล้วชีวิตจะประสบความสำเร็จได้อย่างไร?
จงกล้าที่จะเผชิญความล้มเหลว.. ความล้มเหลวคือครูที่ดีที่สุดที่เข้ามาเพื่อทดสอบตัวเรา
If you want to have success, you have no choice.
ถ้าคุณต้องการประสบความสำเร็จในชีวิต สิ่งที่คุณจะต้องเจอคือ" ความล้มเหลว"
อย่ากลัวความล้มเหลวเพราะมันมากับความสำเร็จคุณเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้
อยากสำเร็จไวจงรีบออกไปพบความล้มเหลวให้ไวๆ เราจะได้พบกับความสำเร็จไวๆ เช่นกัน

• มนุษย์ คือจุดศูนย์กลางของเส้นรอบวงที่ไม่มีขีดจำกัด
ทำไมมนุษย์เหมือนกันจึงประสบความสำเร็จไม่เท่ากัน
นั่นเป็นเพราะ มนุษย์แต่ละคนได้รับโอกาสทางความคิดที่แตกต่างกัน การลงมือทำตามความคิดจึงแตกต่างกัน

• คนสำเร็จมองปัญหาเป็นโอกาส คนล้มเหลวมองโอกาสเป็นปัญหา
คนสำเร็จจะปรับตัวเองไปหาโลกภายนอก
คนล้มเหลว จะให้โลกภายนอกปรับเข้าหาตัวเอง
..........................................

• คนสำเร็จ ผู้นำขององค์กรต่างๆ ในโลกนี้ กว่า 85%ทั่วโลก
ล้วนแล้วแต่มิใช่คนเก่ง แต่เขาเหล่านั้นส้วนเป็นคนดีทั้งสิ้น
คนเก่งนั้น..ใช้เวลา 2-3 ปี ก็สอนให้เก่งได้ ..
แต่.. คนดีต้องใช้เวลา "ชั่วชีวิต" ในการพากเพียร คนเก่งอาจหาได้ง่ายๆ แต่คนดีสิหายากจริงๆ
คนเก่งถ้าขาดความจงรักภักดี ไม่มีความกตัญญู
ก็เป็นได้แค่เก่ง แต่คนดี ดูได้จาก ความกตัญญูรู้คุณ

• "ความรู้" เป็นเพียง "พลังอำนาจแฝง" ชนิดหนึ่งเท่านั้น
"ความรู้" จะกลายเป็น "พลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่" ได้ก็ต่อเมื่อมันถูกนำ ไปใช้อย่างชาญฉลาด

• ฟัง..แต่..ไม่ได้ยิน
ได้ยิน..แต่..ไม่เข้าใจ เข้าใจ..แต่..ไม่ลึกซึ้ง
ลึกซึ้ง..แต่..ไม่แตกฉาน แตกฉาน..แต่..นำไปใช้ไม่ลงมือทำก็ไม่เกิดประโยชน์และผลลัพธ์
จงนำศักยภาพ และอัจฉริยภาพ ที่ซ่อนเร้นในตัวเรา มาใช้อย่างชาญ ฉลาด เพื่อตัวเอง เพื่อครอบครัว สังคม ของเรา...

"ชีวิตของเราสั้นนักเกินกว่าที่จะอยู่อย่างกระจอกงอกง่อย"

วันพุธที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ข้อคิดบางประการที่เติมคุณค่าให้กับชีวิตเรา

จริงอยู่ ที่มิตรภาพไม่มีวันหมด แต่คุณอาจลืมไปว่า มันเปลี่ยนแปลงได้
เมื่อคุณตระหนักว่า ไม่มีใครช่วยคุณ ในเวลาที่คุณมีความทุกข์
ไม่มีใครดีใจอย่างจริงใจกับคุณ ยามเมื่อคุณมีความสุข
เมื่อนั้นคุณเรียนรู้ที่จะหาเพื่อนแท้ให้กับชีวิตคุณได้แล้ว

อดีตเป็นสิ่งที่ผ่านมาแล้ว ปล่อยความเจ็บปวด
ความทรมานที่ได้ประสบผ่านไปกับอดีตด้วย
อย่าละเลยและเพิกเฉยต่อใคร ทุกคนมีความสำคัญเท่าเทียมกัน
คุณไม่ได้ตายจากความเจ็บปวดในชีวิตที่ผ่านมา
แต่มันทำให้คุณเข้มแข็งขึ้น

อย่าให้ชีวิตขึ้นกับคนอื่น เพื่อทำให้คุณมีความสุข
ชีวิตแต่งงานและครอบครัว เป็นเรื่องที่สำคัญ
จงอย่ารีบร้อนในการตัดสินใจ
แสดงความชื่นชมกับคนที่คุณรักและห่วงใย ในทุก ๆ วัน

ไม่ใช่แค่วันหยุดหรือวันเกิด
ถ้าคุณยืมมา (จงคืน)
ถ้าคุณทำพัง (จงซ่อม)
ถ้าคุณรู้แล้ว (ปล่อยมัน)
ถ้าคุณต้องการ (ร้องขอ)
ถ้าคุณใช้ (ทำให้สะอาด)
ถ้าคุณใส่ (แขวนไว้ที่เดิม)
ถ้าคุณทำผิดพลาด (แสดงความรับผิดชอบ)
ถ้าคุณเชื่อ (คุณจะประสบความสำเร็จ)
ถ้าเป็นเจ้าของ(จงปกป้อง)
ถ้ามี (จงแบ่งปัน)
ถ้าคุณรักใครสักคน (จงแสดงออก)

ผู้คนผ่านเข้ามาในชีวิตของคุณ ทั้งด้วยเหตุผลและด้วยโอกาส
ซึ่งนำพาทั้งความสุขและบทเรียนมาให้คุณ
เมื่อใดก็ตามที่ผิดหวัง จงมองโลกในแง่ดีเข้าไว้
อย่างน้อยที่สุด ก็มีคนที่รักคุณอย่างจริงใจ นั่นคือ
พ่อแม่ของคุณเอง

จากคุณ : ผู้ใหญ่ลี แห่ง pantip.com

วันเสาร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2554

12 ลักษณะของคนที่เป็นมหาเศรษฐี


W.Randall Jones เขียนหนังสือชื่อ "The Richest Man in Town " โดย การสัมภาษณ์และวิเคราะห์คุณสมบัติ นิสัย แนวความคิด ปรัชญาการใช้ชีวิต และอื่นๆ ของคนที่รวยที่สุดในเมืองต่างๆของอเมริกาจำนวน 100 คน เขาพบลักษณะร่วมของคนที่เป็นมหาเศรษฐี 12 ประการ มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง 

1. ไม่หาเงินเพื่อเงิน การทำอย่างนั้นคุณจะไม่ได้เงิน เงินจะมาก็ต่อเมื่อคุณทำในสิ่งที่ถูกต้อง และด้วยวิธีที่ถูกต้อง ทำในสิ่งที่คุณรักและมีความหลงใหลที่จะทำ คุณต้องทำในสิ่งที่มีคุณค่าเป็นประโยชน์ แล้วเงินจะมาเอง มันเป็นผลพลอยได้ ในมุมของ VI หรือนักลงทุนเน้นคุณค่า ผมคิดว่ามันถูกต้องตรงกัน อย่าลงทุนแบบจ้องหา หรือหมกมุ่นกับผลตอบแทนเกินไป มีความสุขกับการลงทุนทำหรือเลือกลงทุนอย่างถูกต้องเงินจะมาเอง 

2. รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร รู้จุดอ่อนจุดแข็งของตัวเอง ที่สำคัญต้องรู้ว่าอะไรคือความสามารถหรือความเชี่ยวชาญที่สุดของตัวเอง ถ้าคุณคิดว่าต้องไปทำงานทุกวัน นั่นก็ผิดแล้วงานจะไม่ใช่งานถ้าคุณทำแล้วมีความสุข และเป็นสิ่งที่คุณอยากทำ วอร์เรน บัฟเฟตต์ เคยบอกกับซูซี่ อดีตภรรยาที่ล่วงลับไป ในตอนที่แต่งงานกันใหม่ๆ ว่า เขาจะต้องรวย เหตุผลไม่ใช่เพราะเขาทำงานหนัก หรือมีความเก่งเป็นพิเศษ แต่เป็นเพราะเขาเกิดมาด้วยทักษะที่ถูกต้อง ในสถานที่ที่ถูกต้อง และในเวลาที่ถูกต้อง นั่นคือ ทักษะในการจัดสรรเงินทุน หรือก็คือ การลงทุนนั่นเอง 

3. เป็นนายของตัวเอง คุณไม่สามารถรวยได้โดยการทำงานให้คนอื่น เรื่องนี้ผมคงไม่ต้องอธิบายกับ Value Investor เพราะนักลงทุนนั้นทุกคนเป็นนายของตัวเอง 

4. เสพติดความทะเยอทะยาน คนเราทุกคนต่างก็เสพติดอะไรบางอย่าง หรือหลายอย่างในชีวิต เราติดกาแฟ ติด Internet ติดเหล้า ติดเซ็กส์ ติดอำนาจ เราต้องคิดว่าติดอะไรแล้วจะเป็นประโยชน์ มหาเศรษฐีบอกว่า "ไม่มีความมั่งคั่งถ้าไม่มีความทะเยอทะยาน" ทำอะไรสำเร็จแล้ว ก็ต้องพยายามทำให้สูงขึ้นเรื่อยๆ ความทะเยอทะยานนั้นมีด้านมืด มันอาจทำให้เรามีความมั่นใจในตัวเองสูงเกินไปและเป็นอันตราย ความทะเยอทะยานนั้นควรจะมีวัตถุประสงค์ชัดเจน และเราต้องไม่ปล่อยให้มันอยู่เหนือการควบคุมของเรา 

5. ตื่นเช้ามาถึงก่อน เริ่มตั้งแต่อายุน้อย ในเรื่องของการทำงานทั่วไป และในฐานะของผู้บริหารหรือผู้ประกอบการนั้น ผมคิดว่าต้องทำทั้งสามเรื่อง แต่เรื่องการลงทุนนั้น ผมคิดว่าการเริ่มตั้งแต่อายุน้อย เป็นสิ่งที่จะทำให้มีโอกาสประสบความสำเร็จสูงและเป็นเศรษฐีได้ง่ายที่สุด แนวทางข้อนี้ค่อนข้างจะต้องสัมพันธ์กับข้อสอง นั่นคือ ถ้าคุณสามารถค้นพบตัวเองว่าเก่งทางไหนตั้งแต่อายุน้อย ความสำเร็จก็ไม่หนีไปไหน 

6. อย่าตั้งเป้าหมาย ลงมือทำให้สำเร็จทีละน้อย เดินหน้าไปทุกวัน เป้าหมายหรือแผนธุรกิจ พอเขียนเสร็จก็ล้าสมัยแล้ว มหาเศรษฐีบางคนไม่มี Business Plan และไม่ตั้งแม้แต่เป้ายอดขายด้วยซ้ำ ข้อนี้ฟังดูเหลือเชื่อ ผมคิดว่าเป้าหมายคงอยู่ในใจและเป็นเป้ากว้างๆ ที่จะช่วยบอกทิศทาง พวกเขาเน้นที่การปฏิบัติว่าต้องได้ผลมากกว่าการตั้งเป้าแต่ปฏิบัติไม่สำเร็จ นักลงทุนเองก็ควรคิดว่า Execution หรือการปฏิบัตินั้น สำคัญกว่าเป้าหมายมาก ถ้าเราลงทุนแล้วพอร์ตเราโตขึ้นเรื่อยๆนี่แหละความสำเร็จ 

7. อย่ากลัวความล้มเหลว ทางเดียวที่จะประสบความสำเร็จก็คือ กล้าที่จะล้มเหลวและล้มเหลวต่อหน้าสาธารณชนด้วย ทุกคนจะต้องเคยล้มเหลวมาบ้าง ไม่มีใครประสบความสำเร็จตลอด โดยที่ไม่มีความล้มเหลวมาคั่นถ้า เรากลัวความล้มเหลว เราจะไม่กล้าทำอะไร ว่าที่จริงไม่มีคำว่าล้มเหลว ยกเว้นว่าคุณจะเลิก การลงทุนก็เช่นเดียวกัน ไม่มีทางที่คุณจะประสบความสำเร็จตลอด อย่าเลิกเมื่อขาดทุนหนัก สู้ต่อไปวันหนึ่งเราจะชนะ 

8. ทำเลไม่สำคัญ ทำเลที่ว่านี้ คือ สถานที่ที่คุณอยู่ หรือที่ที่คุณทำงาน ไม่ว่าคุณจะอยู่เมืองไหน คุณสามารถประสบความสำเร็จได้ ไม่ต้องย้ายไปอยู่เมืองใหญ่หรือเมืองธุรกิจหลัก โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่เรามีเครือข่ายการสื่อสารที่ทรงประสิทธิภาพ ว่าที่จริง บัฟเฟตต์ อยู่ที่เมืองโอมาฮา รัฐเนแบรสกา ซึ่งเป็นเมืองทางการเกษตรมา ตั้งแต่เริ่มธุรกิจลงทุนเมื่อ 50 ปีก่อน ที่การสื่อสารยังไม่ดีนัก แทนที่จะอยู่ที่นิวยอร์กหรือบอสตันที่เป็นศูนย์กลางทางการเงินและการลงทุน ผมเองคิดว่านักลงทุนไม่จำเป็นต้องอยู่ที่กรุงเทพฯ ถึงจะประสบความสำเร็จในการลงทุน ว่าที่จริงยิ่งห่างอาจจะยิ่งดี 

9. ยึดมั่นในจรรยาบรรณทางธุรกิจ นี่เป็นกฎเหล็กที่สำคัญที่สุด วอร์เรน บัฟเฟตต์ พูดว่า "ชื่อเสียงใช้เวลา 20 ปีในการสร้าง แต่ใช้เวลาแค่ 5 นาทีในการทำลาย ดังนั้นคุณต้องสำนึกไว้ตลอดเวลา" 

10. เน้นที่การขาย ไม่มีอะไรเกิดขึ้นจนกว่าบางสิ่งบางอย่างจะถูกขายออกไป นักลงทุนไม่ได้ขายอะไร แต่ต้องรู้ว่า บริษัทที่เราลงทุนนั้นขายอะไร การขายเป็นหัวใจของความสำเร็จของบริษัท และเป็นความสำเร็จของราคาหุ้น ในความรู้สึกของผม ผมคิดว่า VI จำนวนมากชอบดูกำไร ซึ่งเป็นบรรทัดสุดท้าย แต่ไม่ค่อยดูยอดขายที่เป็นบรรทัดแรกในงบการเงิน 

11.ขอยืมไอเดียจากคนที่เก่งที่สุดและคนที่แย่ที่สุด การอ่านประวัติและวิธีคิดของคนที่ยอดเยี่ยมที่สุด อย่างการลงทุน ของบัฟเฟตต์ ผมคิดว่าไม่มีอะไรมาทดแทนได้ 

12. ไม่มีวันเกษียณ การเกษียณจะทำให้ชีวิตคุณล้มเหลว การเกษียณเป็นอันตรายต่อสุขภาพ การเกษียณเป็นอันตรายต่อความสนุกในชีวิต อันตรายต่อความมั่งคั่งส่วนตัว นักลงทุนไม่มีวันเกษียณ บัฟเฟตต์ และมังเจอร์ อายุเกือบ 80 ปีแล้วยังทำงานทุกวัน แม้แต่ปีเตอร์ ลินช์ หรือ จอห์น เนฟฟ์ ที่เกษียณจากการบริหารกองทุนรวม แต่พวกเขาก็ยังบริหารกองทุนส่วนตัวอยู่ 

จากคุณ : CWC00 
เขียนเมื่อ : 4 ม.ค. 54 21:34:05
เครดิต: www.pantip.com