หน้าเว็บ

วันอังคารที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

มือที่มองไม่เห็น หากสร้างเราให้แข็งแกร่งได้

หายไปนาน เนื่องจากติดภาระกิจสำคัญ เลยไม่สามารถหาเวลามาโพสเรื่องราวดีๆ ให้ผู้อ่านได้อ่านกัน  วันนี้พอมีเวลาอยู่นิดหน่อย เลยขอเอาเรื่องราวที่ได้อ่านใน Facebook มาเล่าให้ฟังนะคะ อ่านแล้วซึ้งมาก และให้ข้อคิดอะไรได้ดีทีเดียว ต้องขอขอบคุณเพื่อนใน Facebook ที่หยิบเรื่องนี้มาชร์ให้อ่านกันนะคะ ลองอ่านดูค่ะ

"คนที่เรามองไม่เห็น"

มีผู้หญิงคนหนึ่งประสบอุบัติเหตุ 
ทำให้ต้องตาบอดทั้งสองข้าง 
และเธอก็ทุกข์ทรมานกับการสูญเสียการมองเห็น 
แต่สามีเธอก็พยายาม ปลอบใจ และให้กำลังใจเธอตลอด 
พยายามสอนให้เธอใช้ประสาทสัมผัสให้มากขึ้น 

ที่ทำงานของเธอกับสามีอยู่คนละทาง 
แต่เขาก็ขับรถไปส่ง และไปรับอยู่เสมอ 
จนวันหนึ่งสามีเธอรู้สึกเหน็ดเหนื่อยมาก 
เขาจึงพูดกับเธอว่าให้เธอลองพยายามขึ้นรถเมล์ไปทำงานเอง 
โดยที่เขาไม่ต้องไปรับไปส่งได้ใหม 

นาทีนั้น ….. 
เธอรู้สึกเหมือนโดดเดี่ยว และน้อยใจสามีเธอ 
แต่เธอก็พยายามทำตามที่เขาขอ 
เธอพยายามขึ้นรถเมล์เอง พยายามไปทำงานด้วยตัวเอง 
จนในที่สุดเธอก็สามารถทำได้ 

วันหนึ่งก่อนที่เธอจะลงรถไปทำงานตามปกติ 
คนขับรถเมล์ก็เข้ามาจับแขนเธอและพูดกับเธอว่า 
ผมช่างอิจฉาคุณผู้หญิงจริงๆครับ 
เธอก็เลยถามว่า อิจฉาเธอเรื่องอะไร 
คนขับรถเมล์ก็เลยบอกว่า ....... 

สามเดือนที่ผ่านมา 
ผมจะเห็นสุภาพบุรุษคนหนึ่งเขาจะขึ้นรถเมล์ตอนเช้า 
มานั่งตรงเบาะหลังคุณ เฝ้ามองดูคุณด้วยความห่วงใย 
และตามคุณลงรถไป 
และเฝ้าดูคุณเดินเข้าไปที่ทำงานอย่างห่วงใย 
และตอนเย็นทุกๆเย็นเขาก็จะมาเฝ้ารอดูคุณขึ้นรถ 
และคอยดูคุณจนคุณลงรถ 

พอเธอได้ยินดังนั้น.... 
เธอก็นำตาไหลด้วยความตื้นตัน......และสำนึกผิด......... 
เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาไม่เคยทิ้งเธอไปไหน
เขายังอยู่ดูแลเธออย่างใกล้ชิด 
เขาเหนื่อยยิ่งกว่าตอนที่เขาต้องคอยมารับมาส่งเธอซะอีก 

เธอหวนนึกถึงคำพูด เขา ที่บ่นลอยๆ ออกมา บ่อยๆ ว่า
ชีวิตคนไม่แน่นอน อาจตายวันนี้ พรุ่งนี้ ได้ทุกเมื่อเลยนะ.. 
ดูอย่างคุณสิ...เมื่อวานยัง มองเห็น วันนี้ คุณมองไม่เห็นแล้ว.... 
เธอ คิดน้อยใจเขา มาตลอด 3 เดือน ที่คิดว่า เขา เบื่อ 
รำคาญ การเป็น คนตาบอดของเธอ... 
ณ วันนี้เธอรู้แล้วว่า ....เขากลัวว่า วันนี้ พรุ่งนี้เขาจะตายไป... 
แล้ว เธอ จะไม่สามารถ ไปไหนมาไหน หรือ มีชีวิตอยู่ เองได้ ถ้าขาดเขา.....

โดย: อั๊ยยะ

เรื่องนี้อ่านแล้ว ก็ให้นึกถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของเรา ถ้ามองระดับครอบครัว จะมีลูกคนไหน ที่กำลังนึกน้อยใจพ่อแม่อยู่ ว่าท่านไม่สนใจ เราจะทำอะไร ก็ต้องทำด้วยตนเอง จะขอเงินกินขนม ก็ไม่ใช่ให้ได้ง่ายๆ ต้องให้ทำโน่น ทำนี่ให้ก่อน ทั้งๆ พ่อแม่ก็มีเงินล้นเหลือ ทำไมขอเงินแค่นี้ ต้องงกกับเราด้วย  แต่ถ้าคิดดีๆ พ่อแม่ทำอย่างนี้ ก็เพื่อฝึกเรา ให้รู้จักทำงาน ให้อดทนและทนอดเป็น เราจะไม่เสียเด็ก หรือเป็นเด็กที่ถูก spoil จนในอนาคต ก็กลายเป็นคนที่เห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้ โดยที่ไม่คิดทำอะไรให้เกิดประโยชน์ต่อผู้อื่น และสุดท้าย เราก็อาจกลายเป็น "กากสังคม" หรือคนไม่มีค่าไปเลย  นี่พ่อแม่กำลังช่วยเราไม่ใช่หรือ 

ถ้ามองระดับประเทศ พ่อหลวงของเราสอนเรื่อง "เศรษฐกิจพอเพียง"  หลายคนก็พูดกันติดปาก แต่ในทางปฏิบัติมีสักกี่คนที่ทำได้จริงๆ เศรษฐกิจพอเพียง ไม่ใช้เรื่องของคนจนเท่านั้น แต่เศรษกิจพอเพียง ก็คือความเพียงพอ พออยู่พอกินตามอัตภาพ ไม่โลภจนเกินไป และพึงพาตัวเองได้  คนรวยก็พอเพียงแบบคนรวย คนไม่รวย ก็พอเพียงแบบคนไม่รวย คนรวยจริงคือ คนที่รู้จักพอ และสามารถแบ่งปันให้กับผู้อื่นได้ จะมีคนเห็นไหมหนอ คำที่พ่อสอน และความหวังดีที่พ่อให้  หรือคนเราเห็นแก่ได้เฉพาะหน้า มองเห็นคนที่กำลัง spoil เรา ด้วยทุนนิยม ด้วยบัตรเครดิตคนจน ด้วย Tablet แจกฟรี แล้วสร้างนิสัยเสีย สร้างหนี้ให้กับเรา จนเราต้องอยู่แบบ "ขอ" พึงพาเขาร่ำไป ไม่เคยยืนได้ด้วยตัวเองจริงๆ  แบบนี้หรือ ที่เราเลือกให้มันเป็นไป