หน้าเว็บ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คำคมการใช้ชีวิต แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คำคมการใช้ชีวิต แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ครึ่งชีวิตกับแนวคิด 10 เรื่องของ Steve Jobs


1.เราไม่เสียใจกับเรื่องที่ได้ทำ ไม่ว่าผลจะเป็นยังไงก็ตาม แต่เราจะเสียใจกับเรื่องที่ไม่ได้ทำมากกว่า

2.เราเห็นโลกในแบบที่เราเป็น ไม่ใช่แบบที่มันเป็น : คนมองโลกบวก จะเห็นทุกอย่างเป็นโอกาส ชีวิตจะเต็มไปด้วยความสุข มันเป็นแบบนั้นจริงๆ


3.เราต้องทุ่มพลังไปกับเรื่องที่เราถนัดจริงๆ ให้เราเป็น expert ในเรื่องนั้น แล้วงานที่ออกมาจะชั้นหนึ่ง

4.อย่ากลัวการเปลี่ยนแปลง ผลของมันมักจะดีเสมอ ถึงตอนแรกๆ จะดูไม่ออกก็ตาม


5.ทุกคำล้อเล่นจากเพื่อน มีความจริงครึ่งนึง เราพึ่งมาเห็นกันตอนโตๆนี่เอง

6.เวลาคือ commodity ที่มีค่ามากที่สุด


7.พัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ วินัยในการพัฒนาตัวเองเป็นสิ่งที่แยกระหว่างคนที่สำเร็จกับคนที่ล้มเหลว

8.การลงทุนในครอบครัวเป็นสิ่งที่คุ้มค่าที่สุด : พ่อแม่ไม่อยู่ให้ดูแลตลอดไป ลูกก็ไม่ไร้เดียงสาตลอดไป


9.สะสมเรื่องราวให้มากกว่าสิ่งของ : เมื่อเวลายิ่งผ่านไปสิ่งของจะมีค่ากับเราน้อยลง แต่เรื่องราวจะมีค่ากับเรามากขึ้น

10.เลือกคนที่จะอยู่รอบตัวเราให้ดี เพราะยิ่งนานวันนิสัยของเราและคนเหล่านี้จะค่อยๆ กลมกลืนเข้าหากัน


วันพุธที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2555

สิ่งเล็กๆ ที่เรามองข้าม



บทความนี้เขียนขึ้นโดย จอร์จ คอลลิน ซึ่งเป็นดาราตลกที่โด่งดัง เขาเขียนขึ้นในวันที่ 11 กันยายน (ตึกเวิรด์เทรดถล่ม) หลังจากที่ทราบว่าภรรยาของเขาเสียชีวิตในตึกนั้นด้วย.. ทำ..ในสิ่งที่อยากจะทำ อยากให้ทุกคนได้อ่าน ข้อความนี้ มีความหมายดีนะ

ทุกวันนี้เรามีตึกสูงขึ้น มีถนนกว้างขึ้นแต่ความอดกลั้นน้อยลง

เรามีบ้านใหญ่ขึ้น แต่ครอบครัวของเรากลับเล็กลง

เรามียาใหม่ ๆ มากขึ้น แต่สุขภาพกลับแย่ลง

เรามีความรักน้อยลง แต่มีความเกลียดมากขึ้น

เราไปถึงโลกพระจันทร์มาแล้ว แต่เรากลับพบว่า

แค่การข้ามถนนไปทักทายเพื่อนบ้านกลับยากเย็น…………

เราพิชิตห้วงอวกาศมาแล้ว แต่แค่ห้วงในหัวใจกลับไม่อาจสัมผัสถึง

เรามีรายได้สูงขึ้น แต่ศีลธรรมกลับตกต่ำลง

เรามีอาหารดี ๆ มากขึ้นแต่สุขภาพแย่ลง

ทุกวันนี้ ทุกบ้านมีคนหารายได้ได้ถึง 2 คน แต่การหย่าร้างกลับเพิ่มมากขึ้น

ดังนั้น…จากนี้ไป…ขอให้พวกเรา อย่าเก็บของดี ๆ ไว้โดยอ้างว่าเพื่อโอกาสพิเศษ

เพราะทุกวันที่เรายังมีชีวิตอยู่คือ …โอกาสที่พิเศษสุด…แล้ว

จงแสวงหา การหยั่งรู้

จงนั่งตรงระเบียงบ้านเพื่อชื่นชมกับการมีชีวิตอยู่ โดยไม่ใส่ใจกับความ..อยาก…

จงใช้เวลากับครอบครัว เพื่อนฝูงคนที่รักให้มากขึ้น….

กินอาหารให้อร่อย ไปเที่ยวในที่ที่อยากจะไป

ชีวิตคือโซ่ห่วงของนาทีแห่งความสุขไม่ใช่เพียงแค่การอยู่ให้รอด

เอาแก้วเจียระไนที่มีอยู่มาใช้เสีย

น้ำหอมดี ๆ ที่ชอบ จงหยิบมาใช้เมื่ออยากจะใช้

เอาคำพูดที่ว่า….สักวันหนึ่ง…..ออกไปเสียจากพจนานุกรม

บอกคนที่เรารักทุกคนว่าเรารักพวกเขาเหล่านั้นแค่ไหน

อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง ที่จะทำอะไรก็ตามที่ทำให้เรามีความสุขเพิ่มขึ้น

ทุกวัน ทุกชั่วโมง ทุกนาที มีความหมาย

เราไม่รู้เลยว่าเมื่อไรมันจะสิ้นสุดลง

และเวลานี้….

ถ้าคุณคิดว่าคุณไม่มีเวลาที่จะแชร์ข้อความนี้ไปให้คนที่คุณรักอ่าน… แล้วคิดว่า….สักวันหนึ่งค่อยส่ง.. จงอย่าลืมคิดว่า  สักวันหนึ่ง..วันนั้น คุณอาจไม่มีโอกาสมานั่งตรงนี้เพื่อทำอย่างที่คุณต้องการอีกก็ได้

วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2554

ประสบการณ์จากการเรียนรู้ว่า...

ฉันได้เรียนรู้ว่า... บางครั้งสัตว์ยังทำให้หัวใจเรา อบอุ่นได้ดีกว่าคนเสียอีก
ฉันได้เรียนรู้ว่า... ผู้หญิงทุกคนอยากได้รับดอกไม้กันทั้งนั้น โดยเฉพาะเวลาที่ไม่ใช่โอกาสพิเศษ
ฉันได้เรียนรู้ว่า... ยากล่อมประสาทที่ดีที่สุด คือ สติสัมปชัญญะนั่นเอง
ฉันได้เรียนรู้ว่า... การได้นอนอยู่บนหญ้าเขียว ไม่ว่าจะอยู่ในทุ่งแห่งใด ก็ให้ความรู้สึกที่ดีได้ทั้งนั้น
ฉันได้เรียนรู้ว่า... การฟังเพลงเบาๆ ในยามที่เราเศร้าโศกนั้น ช่วยบรรเทาความทุกข์ในใจให้เบาบางลงไปได้อย่างมากมาย
ฉันได้เรียนรู้ว่า.. คุณหาเงินได้มากขึ้นได้ แต่ไม่สามารถหาเวลาเพิ่มได้
ฉันได้เรียนรู้ว่า... หากเราละเลยความผูกพันกับพ่อแม่แล้วไซร้ เราจะหวนให้คิดถึงท่านเจียนตายยามเมื่อท่านจากไป
ฉันได้เรียนรู้ว่า... การได้รักและถูกรัก เป็นความรื่นรมย์อันยิ่งใหญ่สุดในโลก
ฉันได้เรียนรู้ว่า.... คุณอาจรักใครบางคน ทั้งๆที่ไม่ได้ชอบเขามากมายก็ได้
ฉันได้เรียนรู้ว่า... ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่เจ็บปวดยิ่งไปกว่าความเกลียดชัง นั่นคือความเมินเฉย
ฉันได้เรียนรู้ว่า... แม้ฉันจะต้องเจ็บปวด แต่ก็ไม่จำเป็นจะต้องอยู่อย่างเจ็บปวดเสมอไป
ฉันได้เรียนรู้ว่า... ความเอื้ออาทรนั้นสำคัญกว่า ความเพียบพร้อมบริบูรณ์เสียอีก
ฉันได้เรียนรู้ว่า... การลืมสิ่งที่ผิดพลาดไปแล้วนั้น สำคัญพอกับการจดจำสิ่งที่ดีงามเอาไว้
ฉันได้เรียนรู้ว่า... การคาดเดานั้นมักจะเลิศหรู กว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจริงเสมอ
ฉันได้เรียนรู้ว่า... ฉันไม่อาจคาดหวังผู้อื่น ให้แก้ปัญหาของฉันได้
ฉันได้เรียนรู้ว่า.... เมื่อสิ่งเลวร้ายผ่านเข้ามา คุณจะปล่อยให้มันสร้างความขมขื่นใจให้คุณ
หรือใช้มันเป็นพลังทำให้คุณเข้มแข็งขึ้นก็ได้
ฉันได้เรียนรู้ว่า... ถึงเราจะเปลี่ยนแปลงอดีตไม่ได้ แต่เราปล่อยให้มันผ่านไปได้
ฉันได้เรียนรู้ว่า... หากต้องการคำตอบที่ดี ก็ควรถามคำถามที่ดีด้วย
ฉันได้เรียนรู้ว่า... ระดับความมั่นใจในตัวเองของคนคนหนึ่ง จะเป็นตัวเองของระดับความสำเร็จของเขาด้วย
ฉันได้เรียนรู้ว่า.... อาจจะมีใครที่รักคุณอย่างจริงจังอยู่ก็ได้ เพียงแต่ไม่รู้ว่าจะแสดงออกให้คุณรู้ได้อย่างไร
ฉันได้เรียนรู้ว่า... ในที่สุดแล้วผู้รับจะเป็นผู้แพ้ และผู้ให้นั่นแหละคือผู้ชนะ
ฉันได้เรียนรู้ว่า... การเรียนรู้ที่จะให้อภัยนั้น ต้องการการฝึกฝน
ฉันได้เรียนรู้ว่า... คนเราไม่อาจเป็นวีรบุรุษได้ โดยไม่รู้จักการลงมือทำ
ฉันได้เรียนรู้ว่า... คล็ดลับของการเติบโตอย่างสง่าผ่าเผยคือ อย่าหมดความกระตือรือร้นที่จะพบพาผู้คนและสถานที่ใหม่ๆ
ฉันได้เรียนรู้ว่า....การซื่อสัตย์ต่อสิ่งเล็กน้อย ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยเลย
ฉันได้เรียนรู้ว่า... สิ่งดีๆ นั้น มักจะเกิดขึ้นกับคนดีเสมอ
ฉันได้เรียนรู้ว่า... การจากเพื่อนที่ใกล้ชิดที่สุดนั้น เป็นเรื่องยากกว่าที่ฉันเคยคิดเอาไว้มาก
ฉันได้เรียนรู้ว่า... การเยียวยารักษามิตรภาพที่บอบช้ำนั้น ทำเมื่อไหร่ก็ไม่สาย
ฉันได้เรียนรู้ว่า... สิ่งที่จะทำให้เสียเพื่อนได้ดีที่สุดคือ การให้เพื่อนยืมเงิน
ฉันได้เรียนรู้ว่า... ชีวิตจะเติมเต็มไม่ได้ หากปราศจากเพื่อน
ฉันได้เรียนรู้ว่า... การที่จะรู้ค่าอะไรสักอย่างนั้น คุณจะต้องขาดมันไปสักพักก่อน

วันพุธที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2554

พ่อ แม่ เพื่อน แฟน คุณคิดว่าใครสำคัญที่สุด

แปลกไหม ที่วันเกิดคุณ พ่อแม่คุณดีใจที่สุด
แต่คุณไปทานข้าวกับคนอื่น
แปลกไหมที่คุณเลี้ยงข้าวเพื่อน ตอนรับปริญญา
แต่คุณไม่ได้เลี้ยงข้าวคนที่ส่งคุณเรียน จบปริญญา
แปลกไหมที่คุณรักเพื่อน ที่เคยเลี้ยงข้าวคุณเพียง ไม่กี่ มื้อ
แต่คุณกลับไม่เคยส่ง เงินให้กับ คนที่เลี้ยงข้าวคุณมา 23 ปี
แปลกไหมที่คุณรักใครบางคน ที่ไม่กล้าแม้จะจับกางเกงในของคุณ
แต่คุณกลับเบื่อเสียงเตือนของคนที่ล้างก้นให้คุณได้ มากกว่า 3 ปี
แปลกไหมที่เพื่อนโทรมาชวนคุณเวลาไหนคุณก็ออกไป
แต่พ่อแม่จะมาหา คุณกลับบอกว่าไม่ว่าง
แปลกไหมที่คุณทำอะไรได้ทุกๆ อย่างเพื่อใครบางคน
แต่ คุณไม่เคยทำสิ่งที่ พ่อแม่คุณแอบดีใจ
แปลกไหมที่คุณต้องพูดจาเพราะๆ เพื่อให้เค้ายอมรับ
แต่ไม่เคยพูดครับพูดขากับพ่อแม่คุณเอง
เวลาไม่มีเงินคนแรกที่คิดถึงคือ พ่อและแม่
แต่พอมีเงิน... คนแรกที่คิดถึงคือ แฟนและเพื่อน
อยากได้รถ... คนแรกที่คิดถึงคือ พ่อและแม่
แต่พอมีรถ ... คนแรกที่จะไปรับคือ แฟนและเพื่อน
เวลาคุณมีความทุกข์ คนที่กังวล หดหู่และเศร้าสลดใจ คือ พ่อและแม่
แต่เวลาคุณมีความสุข . มักจะมองหา แฟนและเพื่อน
แปลกเน๊อะ.ที่คุณยังรอที่จะทำบุญกับท่าน ในวันที่... ท่านไม่อยู่แล้ว

ใกล้ถึงวันแม่แล้วอย่าให้ระบบทุนนิยมสามานย์มันบดบังตาความรักที่คนสองมีให้เรา อ่านแล้วอาจทำให้ตาสว่าง ในสิ่งที่เรามองไม่เห็น ลุยเดี่ยวคาดหวังอย่างนั้น นะ ถ้าบทความนี้ทำให้คนที่อ่านนี้ได้คิดขอให้บุญกุศลนี้แผ่ไปถึงเจ้ากรรมนายเวรที่มีต่อลุยเดี่ยวได้รับด้วยเทอญ

ที่มา Forward mail จาก "ลุยเดี่ยว"