หน้าเว็บ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความคิด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความคิด แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

คิดนอกกรอบบ้างก็ดีนะ


คุณคิดแบบ "ผึ้ง" หรือ "แมลงวัน"
ถ้าหากคุณจับเอาผึ้ง 6 ตัวใส่ในขวด และจับแมลงวัน 6 ตัวเช่นกัน ใส่ในอีกขวด
จากนั้นค่อยๆ วางขวดให้นอนลง โดยหันก้นขวดไปทางหน้าต่าง
คุณจะพบว่า ผึ้งพยายามที่จะบินออกทางก้นขวด จนกระทั่งมันตายจากการขาดอากาศหรืออาหาร
ในขณะที่แมลงวันนั้น จะสามารถบินออกมาทางฝั่งคอขวด ที่อยู่ด้านตรงข้ามกับก้นขวดซึ่งหันไปทางหน้าต่าง

เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้...

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า ผึ้งเป็นสัตว์ที่ฉลาด มีองค์ความรู้ พวกมันรู้ว่าการบินไปในทิศทางที่มีแสงสว่าง
จะเป็นทางออกจากรัง โพรงไม้ ฯลฯ แต่เมื่อต้องมาอยู่ในขวด ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ผึ้งไม่เคยเผชิญมาก่อน...มันก็ยังคงเชื่อในความคิดแบบเดิมที่มีมาตลอด คือ ต้องบินออกทางแสงสว่างเท่านั้น
แต่สำหรับแมลงวัน มันเป็นสัตว์ที่ไม่มีความคิดเป็นตรรกะ ดังนั้นเมื่อถูกจับไว้ในขวด มันจึงบินชนผนังขวดจากที่หนึ่งไปที่หนึ่ง...จนในที่สุดก็พบทางออก

การทดลองนี้แสดงให้เห็นว่า คนฉลาด รู้มาก ก็สามารถที่จะล้มเหลวได้เพราะความรู้มาก ในขณะที่ผู้ไม่รู้ก็อาจจะประสบความสำเร็จจากการลองทำในสิ่งที่แตกต่างไปเรื่อยๆ ได้เช่นกัน

นิทานเรื่องนี้สอนใหั หัด 'คิดนอกกรอบ' บ้าง หัด 'เปลี่ยนวิธีคิด' บ้าง...'อะไรก็ตามที่พาคุณมาถึงวันนี้ได้ ไม่ได้แปลว่า มันจะนำพาคุณไปถึงวันพรุ่งนี้'...

วันพุธที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2553

คุณมองโลกในแง่ไหน???

เรื่องเล่าของมุมมองที่แตกต่าง อันทำให้การมองโลกต่างกัน 
สุขทุกข์ต่างกันอยู่ที่ความคิดเรานั่นเอง 

เรื่องแรก

มีบริษัททำรองเท้าแห่งหนึ่งคิดจะไปบุกเบิกการค้าที่ตลาดแอฟริกา
จึงได้ส่งพนักงานฝ่ายการตลาดสองคนไปตรวจสอบว่า ตลาดที่แอฟริกาเป็นอย่างไรบ้าง หลายเดือนผ่านไป
พนักงานการตลาดทั้งสองคนก็กลับมา และเขียนรายงานมาส่ง แต่ทั้งสองคนกลับมีทัศนคติที่ไม่เหมือนกัน รายงานการตลาดจึงนำเสนอต่อบริษัทอย่างแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
พนักงาน ก บอกว่า  
"ไม่มีหวังเลยครับ คนแอฟริกาไม่สวมใส่รองเท้ากันเลยสักคน"
พนักงาน ข บอกว่า 
"น่าจะไปได้สวยทีเดียวที่เราจะไปบุกเบิกที่แอฟริกา เพราะคนที่นั่นยังไม่มีรองเท้าใส่กันเลย"

เรื่องที่สอง

มีหญิงชราคนหนึ่ง เวลาฝนตกเธอก็ร้องไห้
อากาศดีเธอก็ร้องไห้ ชายหนุ่มคนหนึ่งแปลกใจจึงถามหญิงชราผู้นี้ว่า
 "เหตุใด เวลาฝนตกยายก็ร้องไห้ อากาศดีก็ร้องไห้?"

หญิงชราตอบว่า "เพราะป้ามีลูกชาย 2 คน ลูกชายคนโตขายน้ำแข็ง
ลูกชายคนเล็กขายร่ม เวลาที่อากาศดี ป้าจะคิดถึงลูกชายคนเล็กว่าต้องขายร่มได้ไม่ดีแน่นอน
และเวลาที่ฝนตกป้าก็คิดถึงลูกชายคนโต น้ำแข็งของเขาต้องขายไม่ดีเหมือนกัน
เพราะฉะนั้นทุกๆ วัน ป้าจึงได้กลุ้มใจและทุกข์ใจอยู่อย่างนี้"

ชายหนุ่มจึงบอกกับหญิงชราผู้นี้ว่า
"ยาย...ยายคิดผิดแล้วล่ะ!! ที่จริงแล้วทุกๆ วัน
ยายต้องดีใจถึงจะถูก วันไหนที่ท้องฟ้าแจ่มใส อากาศปลอดโปร่ง ยายต้องดีใจกับลูกชายคนโตสิ ที่น้ำแข็งขายดิบขายดี  ถ้าวันไหนฝนตก ยายก็ต้องดีใจไปกับลูกชายคนเล็กด้วย ที่ร่มเขาขายดีเป็นเทน้ำเทท่า"

พอหญิงชราได้ฟังดังนั้น เหมือนกับได้ตื่นขึ้นจากความฝัน
ตั้งแต่นั้นมาไม่ว่าอากาศจะเป็นอย่างไร
หญิงชราผู้นี้ได้แต่ยิ้มอย่างมีความสุข

บทสรุป


การที่คนเราจะมองโลกในแง่ดีหรือแง่ร้าย แท้จริงแล้วอยู่ที่จิตใจเราเองทั้งสิ้น เปรียบเหมือนมีน้ำอยู่แก้วหนึ่ง ถ้าดื่มไปแล้วครึ่งแก้ว คนที่มองโลกในแง่ร้าย ก็คงคิดว่า "หมดไปแล้วตั้งครึ่งแก้วเหลือแค่ครึ่งแก้วเท่านั้นเอง"  แต่ถ้าคนที่มองโลกในแง่ดีจะคิดว่า "ยังดีนะ ที่ยังเหลืออีกตั้งครึ่งแก้ว"

แล้วท่านทั้งหลายล่ะ!! มองโลกในแง่ไหน???
ความสุขหรือความทุกข์อยู่ที่ท่านเลือกมอง